บิ๊กเด่น รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. ปฏิบัติการจับกุมค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผอ.ศปอส.ตร.) หรือ PCT: Police Cyber Taskforce, พล.ต.อ.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.ภ.8/หน.ชุดปฏิบัติการที่ 1 PCT พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8/หน.ชุดปฏิบัติการที่ 3 PCT ร่วมแถลงผลการกวาดล้าง เครือข่ายเฟสบุ๊กชื่อ “หนุ่ม” ลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนทางออนไลน์ เข้าทลายเป้าหมาย 77 จุด จับกุมผู้ต้องหา ได้ 34 ราย ยึดอาวุธปืนพร้อมแท่นกลึง เครื่องอาวุธกระสุนปืนอีกเป็นจำนวนมาก

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ รองผบ.ตร. เผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ศูนย์ PCT และ บช.น.,ภ.1-9 ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ ตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะอาชญากรรมทางออนไลน์ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมากในขณะนี้

คดีนี้ ชุดปฏิบัติการ PCT ร่วมกับ บก.สส.ภ.8 สืบสวนทราบว่า มีการซื้อขายอาวุธปืนผ่านกลุ่มไลน์ชื่อว่า “GUN FOR LOVE” มีสมาชิก 400 กว่าคน โดยแอดมินใช้ชื่อ “หนุ่ม”​ เป็นพ่อค้าคนกลาง สั่งสินค้ามาขายต่อให้เพื่อนสมาชิก โดยมีการรีวิวสินค้าทางออนไลน์ เป็นอาวุธปืนและลำกล้อง เครื่องกระสุนชนิดต่างๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน หากสมาชิกสนใจ จะต้องโอนเงินผ่านบัญชีชื่อ “โสภาวดี เวฬุการ” และแอดมินจะสั่งให้คนขายส่งสินค้าไปให้สมาชิกโดยตรงทางไปรษณีย์ จากการตรวจสอบพบว่ามีการส่งสินค้าแล้วทั่วประเทศ อาจจะนำไปก่อเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์

บิ๊กเด่น รองผบ.ตร. เผยต่อว่า ได้รายงานเรื่องนี้ให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์(ผบ.ตร.)ทราบ และสั่งการไปยัง พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 เพื่อขออนุมัติหมายศาลเพื่อออกหมายจับ จำนวน 2 หมาย และหมายค้นอีก 77 หมาย ในพื้นที่ 51 จังหวัด และได้ประสานไปยัง ศูนย์ PCT บช.น.,ภ.1-9 , และ บช.ก. เพื่อขยายผลจับกุมทั้งผู้ขาย ผู้ซื้อ และผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด

ถัดมา วันที่ 12 เม.ย.65 เวลา 08.00 น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รองผบช.ก. พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 1,2,3 PCT ร่วมกับ กำลังตำรวจ PCT น.,ภ.1-9 เปิดปฏิบัติการปิดล้อมและตรวจค้นพร้อมกันทั่วประเทศ

ณ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.8 นำกำลังเข้าจับกุม นายสถิตคุณ เพ็ชรกิ่ง หรือ “หนุ่ม” (ชื่อที่ปรากฎในเฟสบุ๊ก) อายุ 21 ปี ที่บ้านเลขที่ 74/25 หมู่บ้านจอมเกล้า พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ชุดลูกเลื่อนและชุดลั่นไก สำหรับปืนยาวขนาด .22LR จำนวน 1 ชุด แม็กกาซีนและเครื่องกระสุนอีกจำนวนมาก พร้อมสมุดบัญชีธนาคารจำนวน 7 เล่ม และกล่องพัสดุที่ใช้สำหรับจัดส่งให้ลูกค้าอีก 7 กล่อง ซึ่งนายสถิตคุณ ยอมรับว่า เป็นแอดมินที่ใช้ชื่อว่า “หนุ่ม” จริง โดยตนเคยเรียนช่างและประกอบอาชีพขายนก ส่วนตัวเป็นคนรักและชอบอาวุธปืนมาก เริ่มจากสั่งอาวุธปืนมาทดลองใช้และสะสมก่อน ต่อมาเริ่มลงรูปในกลุ่ม ไลน์ และ เฟสบุ๊ก จึงมีคนสนใจเข้ามาติดต่อซื้อ และเป็นที่มาของการตั้งกลุ่ม Gun for love โดยจะได้รับส่วนต่างจากการขายอาวุธปืนครั้งละ 1,000-2,000 บาท

ณ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายสิทธิศักดิ์ (ปิดนามสกุล)​ พร้อมแท่นกลึงจำนวน 1 แท่นและอุปกรณ์ทำอาวุธปืน เช่น เครื่องเจียโลหะ อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งนายสิทธิศักดิ์ จะรับคำสั่งจาก “หนุ่ม” ให้ประกอบปืนส่งขาย หรือบางครั้งก็ขายเฉพาะชิ้นส่วนปืน ยอมรับว่าทำมาแล้วกว่า 60-70 ครั้ง สามารถทำรายได้กว่า 300,000 บาท

นอกจากนี้ยังสามารถจับกุม น.ส.โสภาวดี (ปิดนามสกุล) อายุ 46 ปี ตามหมายจับ ซึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีให้นายสถิตคุณ รับโอนเงินตรงจากลูกค้า ซึ่งผลการปฏิบัติของ ศูนย์ PCT ตร., บช.น.,ภ.1-9 และ บช.ก. (กก.4 บก.ป) ครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 34 ราย ยึดอาวุธปืนสั้นได้ 17 กระบอก ปืนยาวได้ 41 กระบอก กระสุนปืน 6,421 นัด อุปกรณ์อาวุธปืน 9 ชิ้น นอกจากนี้ยังพบยาบ้าจำนวน 200 เม็ด ยาไอซ์ปริมาณ 0.92 กรัม และกัญชาอีกปริมาณ 3,627 กรัม ได้นำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน

บิ๊กเด่น รองผบ.ตร. กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน หวั่นตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางออนไลน์ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 65 นี้ จึงได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งระดมกวาดล้างจับกุมอย่างจริงจัง ซึ่งจากสถิติคดีทางออนไลน์ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ (1 มี.ค.65) ถึงปัจจุบันนี้ พบว่า มีผู้เสียหายแจ้งความแล้ว 13,015 ราย แบ่งเป็น
1.ความผิดเกี่ยวกับการซื้อสินค้าที่ไม่ได้รับสินค้า 4,271 คดี
2.หลอกทำภารกิจ (เช่น ให้รีวิวสินค้า, กดไลค์ Tiktok, กดไลค์สินค้า) 1,443 คดี
3.หลอกให้กู้เงิน 1,356 คดี
4.ทำให้รักแล้วหลอกลงทุน (Hybrid scam) 1,123 คดี
5.Call center 1,109 คดี
6.แชร์ลูกโซ่ 510 คดี
7.หลอกยืมเงิน 468 คดี
8.ซื้อสินค้าแต่ได้ไม่ตรงปก 189 คดี
9.หลอกลวงรูปแบบอื่นๆ อีก 1,688 คดี

จึงอยากฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่า อย่าหลงเป็นเหยื่อโอนเงินให้ใครง่ายๆ ทั้งนี้ หากพบเบาะแส สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน บช.สอท. 1441 หรือ ศูนย์ PCT 081-8663000 ตลอด 24 ชม. หรือผู้เสียหายสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ http://www.thaipoliceonline.com

Leave a comment

Design a site like this with WordPress.com
Get started