เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ เวลาประมาณ 01.10 น. เกิดเหตุคนร้าย ๒ คน เข้าไปทำทีซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ “7-11” สาขาตลาดลุงฉัตร ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เขตพื้นที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์
หนึ่งในคนร้ายได้กระโดดข้ามเคาน์เตอร์และใช้อาวุธมีดจี้คอพนักงานที่อยู่เคาน์เตอร์เพียงคนเดียว ข่มขู่ให้เปิดลิ้นชักเก็บเงิน หยิบเอาเงินสดจำนวน 1,800 บาท และสินค้าอื่นๆ วิ่งหลบหนีไป คิดมูลค่าความเสียหายเป็นเงินประมาณ 3,000 บาท
ต่อมาเวลาประมาณ ๐๕.๒๕ น. คนร้ายทั้งสองคนได้มาที่ร้านสะดวกซื้อ “7-11” สาขา หมู่บ้าน Q-District
สุขสวัสดิ์ ๗๖ ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เขตพื้นที่ สภ.พระประแดง และใช้วิธีการเดิม ได้เงินสดไปจำนวน 2,860 บาท และขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
พลตำรวจตรี จิรสันต์ แก้วแสงเอก รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี
ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑, พลตำรวจตรี นราเดช ทิพย์รักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑
และ พันตำรวจเอก วรชาติ แสนคำ รักษาราชการแทนผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค ๑ ทราบได้สั่งการให้เร่งรัดสืบสวน ติดตามจับกุมคนร้ายในคดีนี้โดยเร็ว
ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ นำโดย พลตำรวจตรี วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการพันตำรวจเอก นิรันดร์ ปิตะกาศ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ, พันตำรวจเอก ประเสริฐสุข เฮงสุวรรณ์
ผู้กำกับการตำรวจภูธรพระประแดง และ พันตำรวจเอก ทศพล ทองใบ ผู้กำกับการตำรวจภูธรพระสมุทรเจดีย์
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยได้สืบสวนสอบสวนรวมรวมพยานหลักฐานจนทราบตัวคนร้ายและ
ขอศาลจังหวัดสมุทรปราการออกหมายจับคนร้าย นายปฏิภาณ เปลี่ยนเสือ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ ๘๙๔/๒๕๖๖ ลง ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ และ หมายจับที่ ๘๙๕/๒๕๖๖ ลง ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ และ
นายกิตติกร ปาระณะ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ ๘๙๖/๒๕๖๖ ลง ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๖
ข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด
หรือ พาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม, ร่วมกันพกพาอาวุธ (มีด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ
โดยไม่ มีเหตุอันควร”
ตรวจยึดของกลาง อาวุธมีด ยาวประมาณ ๑๐ นิ้ว จำนวน ๑ เล่ม, เงินสด จำนวน ๒,๕๕๐ บาท, เครื่องแต่งกายของคนร้ายที่ใช้สวมใส่ในขณะก่อเหตุ, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน – ดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน จำนวน ๑ คัน
ภ.๑ ขอแจ้งเตือนให้ประชาชน โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ รวมไปถึงธนาคาร ร้านทอง และสถานประกอบการ
ในลักษณะดังกล่าว ให้ระมัดระวังการก่อเหตุในลักษณะนี้ โดยให้มีมาตรการการป้องกันพนักงาน เช่น จัดให้มีพนักงานชาย อยู่ในผลัดกลางคืนมากกว่า ๑ คน ไม่เก็บเงินสดสำหรับทอนจำนวนมาก ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้สามารถใช้การได้และเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบไว้ได้ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้มีการขยายผลและกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้ม
ในการตรวจตราสถานประกอบการและจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อตัดช่องโอกาสของคนร้าย ที่จะก่อเหตุในลักษณะนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก







