เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2566 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล พร้อมด้วย กรมการปกครอง กรมที่ดิน กรมธนารักษ์ กรมประมง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดินพิพาทบนเกาะหลีเป๊ะ ณ ห้องประชุม ภ.จว.สตูล โดยมีการติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีกับโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ที่มีพฤติกรรมบุกรุกที่ดิน และมีการก่อสร้างอาคารสถานที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาเรื้อรังมานานมากกว่า 20 ปี รวมถึงการแก้ไขปัญหาพื้นที่การทำประมงพื้นบ้านของชาวประมงในพื้นที่ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ การดำเนินคดีกับโรงแรม และสถานประกอบการต่างๆ ที่มีการก่อสร้างอาคารสถานที่รุกล้ำที่ดินของกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ล่าสุดในส่วนของโรงแรมนั้นมีการแจ้งข้อกล่าวหาไปทั้งสิ้น 108 แห่ง ส่วนกรณีของการเพิกถอนโฉนดที่ดินแปลงที่ 11 ได้ดำเนินการไปแล้วโดยคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนต้นเดือนพฤษภาคม นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามจับกุม น.ส.พัชรินทร์ แสงสว่าง เจ้าของโรงแรมขนาดใหญ่มูลค่า 128 ล้านบาท เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล ซึ่งถูกดำเนินคดีจากกรณี ก่อสร้างอาคารที่พัก บุกรุกพื้นที่ป่าและพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยนางสาวพัชรินทร์ได้หลบหนีหมายจับดังกล่าวจนเหลืออายุความเพียง 1 ปีเท่านั้นContinue reading “จับเจ้าของโรงแรมบนเกาะหลีเป๊ะ พร้อมส่งเรื่อง ปปง.สอบเส้นทางการเงิน หลัง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ประชุมติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายกับสถานประกอบการบุกรุกที่ดิน”
Category Archives: #ข่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ตามโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริจัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นการรวมความสมัครสมานสามัคคีของคนไทยทุกคนในการทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์เพื่อพัฒนาพื้นที่ในชุมชนต่างๆ ให้มีความเจริญเพื่อเกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างถาวรโดยมีศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานเป็นผู้ควบคุม กำกับ ดูแล อำนวยการและประสานการปฏิบัติ เพื่อให้การจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริเป็นไปอย่างถูกต้องตามพระราโชบายภายใต้การอำนวยการสั่งการ ของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบงานจิตอาสา ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภายใต้กิจกรรมการให้บริการประชาชนที่สัญจรไปมาของนักเรียน นักศึกษา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ๒๕๖๖และเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๗ ตามโครงการ อาชีวะอาสาทำความดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.๒๕๖๖ และเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๗ เพื่อเป็นการแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมและขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุทางถนนให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลดังกล่าว โดยการนำ นักเรียน นักศึกษา กลุ่มอาชีวะศึกษาที่สมัครใจ มีจิตอาสา และมีความรู้ความสามารถด้านการช่างมาปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ให้มีความพร้อมในการเดินทางอย่างปลอดภัยบนท้องถนนให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.๒๕๖๖ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๗ เมษายน ๒๕๖๖ ในทุกจังหวัด จำนวน ๗๘ จุดContinue reading “พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา”
ผบ.ตร. และภาคีเครือข่าย มอบรางวัลคลิปกล้องหน้ารถ “โครงการอาสาตาจราจร”พร้อมเตรียมเปิดรับคลิปอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์ มอบรางวัลวันละ 1 คลิปเงินรางวัลร่วม 200,000 บาท
วันนี้ (7 เม.ย.66) เวลา 10.00 น.ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. พร้อมด้วย นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ, คุณ พิศเพลิน วิริยะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุณนิตยา ลีธีระกุล รองผู้จัดการฝ่ายรายการ สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 และ คุณอัจฉรา บัวสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถานีวิทยุContinue reading “ผบ.ตร. และภาคีเครือข่าย มอบรางวัลคลิปกล้องหน้ารถ “โครงการอาสาตาจราจร”พร้อมเตรียมเปิดรับคลิปอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์ มอบรางวัลวันละ 1 คลิปเงินรางวัลร่วม 200,000 บาท”
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ประสานข้อมูลทางการจีนยืนยันเจ้าของบัญชีเกี่ยวพันยาเสพติด หลัง 4 ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีใช้เอกสารปลอมเบิกเงินธนาคารเข้ามอบตัวที่ สน.ทองหล่อ
จากกรณีเมื่อวันที่ 24 มี.ค.66 ที่ผ่านมา สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งกรณีพบกลุ่มบุคคลใช้เอกสารปลอมเข้าติดต่อธนาคาร แอบอ้างเป็นเจ้าของบัญชี พยายามขอทำสมุดบัญชีเล่มใหม่เพื่อถอนเงินยอดกว่า 176 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบว่ามีการใช้หนังสือเดินทางปลอมและตราประทับตรวจคนเข้าเมืองปลอม ก่อนจับกุมดำเนินคดีชายชาวกัมพูชาที่อ้างตัวเป็นเจ้าของบัญชี ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต รายละเอียดตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย ในความผิดฐาน ร่วมกันพยายามลักทรัพย์ และร่วมกันปลอมและใช้รอยตราอันใช้ในการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ โดย 1 ใน 5 รายนั้นคือ ชายชาวกัมพูชาที่อ้างตัวเป็นเจ้าของบัญชีซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องกักแล้ว นอกจากนี้ยังมีหม่อมราชวงศ์และบุตรชายอดีตอธิบดีกรมการปกครองรวมอยู่ด้วย ต่อมาเมื่อวันที่ 4 เม.ย.66 เวลา 15.00 น. ผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลืออีกจำนวน 4 ราย พร้อมด้วยทนายความ ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ โดยยังให้การปฏิเสธและไม่ขอให้การใดๆ ก่อนจะยื่นขอประกันในชั้นสอบสวนตามสิทธิ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาล เพื่อเข้าค้นสถานที่ 2 จุด ซึ่งเป็นที่พักของบุตรชายอธิบดีกรมการปกครองและ คลินิกย่านพระราม 9 ของหม่อมราชวงศ์ ซึ่งอาจมีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในคดีContinue reading “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ประสานข้อมูลทางการจีนยืนยันเจ้าของบัญชีเกี่ยวพันยาเสพติด หลัง 4 ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีใช้เอกสารปลอมเบิกเงินธนาคารเข้ามอบตัวที่ สน.ทองหล่อ”
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แถลงปิดคดีลักปืนหลวง สภ.ปากเกร็ดดำเนินคดีผู้ต้องหา 24 ราย-เจ้าหน้าที่รัฐ 8 ราย
จากกรณีเมื่อวันที่ 20 ต.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมดำเนินคดีกับ ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ผบ.หมู่ (ป) สภ.ปากเกร็ด ซึ่งทำหน้าที่ตรวจเก็บและดูแลรักษาอาวุธปืนหลวงในคลังของ สภ.ปากเกร็ด ภ.จว.นนทบุรี โดยดำเนินคดีในกรณีที่ตรวจพบว่า ด.ต.เชาวลิต ได้มีการลักเอาอาวุธปืนในคลังดังกล่าวจำนวนมากถึง 160 กระบอก นำไปจำหน่ายให้กับบุคคลอื่น โดยดำเนินคดีฐาน ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ, เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอแล้วนั้น คดีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สืบสวนขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้ออาวุธปืนหลวงดังกล่าวนำมาดำเนินคดีทั้งหมด รวมทั้งติดตามนำอาวุธปืนกลับคืนมาให้ได้ และได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่ 505 และ 567/2565 โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นผู้ควบคุม กำกับ ดูแลการสืบสวนสอบสวน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.จิรภัทร ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 และพล.ต.ท.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 ดำเนินการขยายผลติดตามอาวุธปืนที่ถูกลักไปกลับคืนมาโดยเร็วContinue reading “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แถลงปิดคดีลักปืนหลวง สภ.ปากเกร็ดดำเนินคดีผู้ต้องหา 24 ราย-เจ้าหน้าที่รัฐ 8 ราย”
“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลงานรอบ 6 เดือน”“ระดม กวาดล้าง ปราบปรามยาเสพติด คดีออนไลน์บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง บูรณาการทุกด้านในทุกภาคส่วน” วันนี้ (4 เม.ย.66) เวลา 11.00 น. ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะด้านอาชญากรรม ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนด้านคดียาเสพติด คดีออนไลน์ บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด จริงจัง บังคับใช้ทุกมาตรการทางกฎหมาย ยังคงนโยบาย ผบ.ตร. (10 ข้อ) โดยเฉพาะการ พิทักษ์ เทิดทูน และเทิดพระเกียรติต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การยกระดับการบริการประชาชน แก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน แก้ไขปัญหายาเสพติดทุกมิติ และอาชญากรรมออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแถลงผลการดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.65 – 31 มี.ค.66 ดังนี้
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งขยายผล ค้ามนุษย์ป่าตองเปิดปฏิบัติการเข้าค้น 36 จุด ใน 10 จังหวัดขยายผล ยึดอายัดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาค้ามนุษย์
จากกรณีเมื่อวันที่ 15 มี.ค.66 เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อมูลจากทีมสืบสวนองค์การโอเปอร์เรชั่น อันเดอร์กราวน์ เรลโรด (Operation Underground Railroad) กรณีสถานประกอบการแอบแฝงค้าประเวณีเด็ก จึงได้เข้าทำการตรวจสอบและสามารถจับกุม น.ส.วัชราภรณ์ ทองมาก และ น.ส.ทักษกร ศุภอัครโภคิน โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก (บุคคลผู้มีอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน ๑๘ ปี) โดยการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น การบังคับใช้แรงงานหรือบริการอันเป็นการขูดรีดบุคคล ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามฯ และค้ามนุษย์ โดยจับกุมได้ที่ ร้าน Velvet ถนนบางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และยังสามารถช่วยเหลือเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้อีกจำนวน 6 คน พื้นที่รับผิดชอบ สภ.ป่าตอง ภ.จว.ภูเก็ต รายละเอียดตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอไปแล้วนั้นจากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองContinue reading “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งขยายผล ค้ามนุษย์ป่าตองเปิดปฏิบัติการเข้าค้น 36 จุด ใน 10 จังหวัดขยายผล ยึดอายัดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาค้ามนุษย์”
คดีคนต่างด้าวถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
สืบเนื่องจากปรากฏข้อมูลบนสื่อออนไลน์ว่า มีบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในประเทศไทย ซื้ออสังหาริมทรัพย์และถือครองที่ดิน ใน จ.เชียงใหม่ เป็นจำนวนมาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. , พล.ต.อ. รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ บก.ตม.5 ร่วมกับ ภ.จว.เชียงใหม่ ตรวจสอบบริษัท ที่เข้าข่ายต้องสงสัยที่ใช้ช่องว่างของกฎหมายในการถือครองตรวจสอบการถือครองที่ดินอสังหาริมทรัพย์และประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พบว่า มีบริษัทแห่งหนึ่งเข้าข่ายลักษณะดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พงส.สภ.สันกำแพง ภ.จว.เชียงใหม่ จึงเร่งรัดให้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขอหมายจับต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 8 หมาย ได้แก่ นิติบุคคล 1 หมาย คนจีน จำนวน 3 หมาย และคนไทย จำนวน 4 หมายต่อมาวันที่ 28 มี.ค.66 ภ.จว.เชียงใหม่ , บก.ตม.5 ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องContinue reading “คดีคนต่างด้าวถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่”
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ สั่งทลายสมาคมเถื่อน “แก๊ง14K” เพื่อหลอกลวงทรัพย์สินและหาผลประโยชน์จากคนไทยและจีน
จากกรณีสำนักข่าวและสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอเกี่ยวกับกลุ่มแก๊งมาเฟียจีน ชื่อกลุ่ม 14K เข้ามาตั้งสมาคมที่ผิดกฎหมาย เพื่อมาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ทุนจีนสีเทา นั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าว หากพบการกระทำความผิดจริงให้ดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุดจากการสืบสวนทราบว่าได้มีกลุ่มคนจีนจัดตั้งสมาคมเชื่อได้ว่าขัดต่อกฎหมายจริง โดยตรวจพบสมาคมที่ใช้ชื่อ “หงเหมิน” ประกอบในชื่อสมาคมจำนวน 2 แห่ง คือ “เป็นผู้ดำเนินกิจการของคณะบุคคลใดโดยกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่ากิจการนั้นเป็นสมาคมที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และการกระทำดังกล่าวว่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้ใดหรือประชาชน”พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับสมาคมจีนสีเทา ซึ่งลักลอบเปิดขึ้นมาโดยไม่มีการขออนุญาตจากกรมการปกครอง โดยมีพฤติการณ์ในการใช้ภาพถ่ายคู่กับบุคคลสำคัญที่เป็นที่รู้จักในสังคม นำมาสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสมาคมของตนเอง เพื่อหวังจะหลอกลวงให้ผู้อื่นนำเงินมาบริจาค ซึ่งมีผู้เสียหายหลงเชื่อและบริจาคเงินจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง จากนั้นได้เข้าตรวจสอบที่ตั้งของสมาคมเหล่านี้ ซึ่งจะพบพยานหลักฐานเกี่ยวกับการจัดตั้งสมาคมผิดกฎหมาย และอาจพบสิ่งผิดกฎหมายอย่างอื่นเช่น สุราต่างประเทศหนีภาษี เป็นต้น จึงให้จับกุมผู้จัดตั้งสมาคมจีนสีเทาเหล่านี้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด จากนี้จะมีการขยายผลเพิ่มเติมหากพบมีผู้เกี่ยวข้องหรือมีการนำเงินที่ได้นำไปใช้กระทำผิดเพิ่มเติมจะดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งดำเนินคดีบุคคลแอบอ้างเบื้องสูงและบุคคลสำคัญของไทยหลอกลวงผู้ประกอบการเกิดความเสียหาย
ตามที่ปรากฏในข่าวสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีกลุ่มทุนจีนสีเทา ชื่อ นายหยู ซิน ฉี(Mr.Yu Xin Qi) สัญชาติจีน บุคคลดังกล่าวได้จัดตั้งสมาคมชื่อ “มณฑลส่านซีสมาคมแห่งประเทศไทย”และเป็นเจ้าของสมาคมสมาคมดังกล่าวมีลักษณะประกอบการดำเนินงานให้คำแนะนำการลงทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมและสถาบันต่างๆ ในการจัดตั้งสำนักงานเครือข่ายในประเทศไทยเชิญนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลที่มีชื่อเสียงของไทยไปประเทศจีนเพื่อเข้าร่วมประชุม จัดกิจกรรมขนาดใหญ่เช่นการประชุมส่งเสริมการลงทุนนิทรรศการตลอดจนให้บริการส่วนลดยานพาหนะในการเดินทางและบริการรับส่งสนามบินแบบวีไอพีแต่ นายหยู ซิน ฉี มีพฤติการณ์อันน่าสงสัยว่า ได้นำภาพถ่ายที่ตนเองถ่ายคู่กับบุคคลมีชื่อเสียงและบุคคลสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำรูปถ่ายคู่ร่วมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เพื่อไปสร้างความน่าเชื่อถือ รวมถึงมีการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงและบุคคลสำคัญระดับประเทศในการแสวงหาผลประโยชน์ หลอกลวงผู้อื่นเข้ามาเป็นสมาชิกและเรียกเก็บเงินบริจาคเข้าสู่สมาคม มีผู้เสียหายที่ถูกแอบอ้างและถูกหลอกลวงจำนวนหลายรายพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์หักพาล รองผบ.ตร.ดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว จากการสืบสวนพบว่านายหยู ซิ นฉี มีพฤติการณ์การแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงและบุคคลสำคัญระดับประเทศเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จริง อีกทั้งมีการจัดตั้งสมาคมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีรายชื่อในสาระบบของกรมการปกครอง ต่อมา วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายค้นศาลอาญาที่ 198/2566 ลง 17 กุมภาพันธ์ 2566 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 77/525 หมู่บ้านภัสสร 19 ซอย 52 ถนนจตุโชติ แขวงออเงิน เขตสายไหมContinue reading “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งดำเนินคดีบุคคลแอบอ้างเบื้องสูงและบุคคลสำคัญของไทยหลอกลวงผู้ประกอบการเกิดความเสียหาย”
