พล.ต.อ.วิสนุ จตช. ตรวจเยี่ยม บช.ตชด. และมอบพระนิรันตรายให้แก่หน่วยในสังกัด

พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) และมอบพระนิรันตรายให้แก่หน่วยในสังกัด บช.ตชด. และ รร.ตชด. โดยมี พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม ผบช.ตชด.และคณะผู้บังคับบัญชาในสังกัด บช.ตชด. ให้การต้อนรับ และรับมอบพระนิรันตราย ณ ห้องชัยจินดา อาคารศรียานนท์ บช.ตชด. เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

#Royalthaipolice

สายตรวจบางซื่อ ตาเร็ว “จับกุมวัยรุ่นห้าวเป้ง พกพาอาวุธมีด บริเวณตลาดนัดจตุจักร”

“จับกุมพกพาอาวุธมีด บริเวณตลาดนัดจตุจักร”
ตำรวจสายตรวจ สน.บางซื่อ ตาเร็ว ตรวจพบอาวุธมีด ป้องกันเหตุ กรีดกระเป๋า ล้วงกระเป๋า ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย และเหตุอื่นๆ
หมู่นิ๊กกล่าวว่า ผมไม่ได้มาแจกใบปลิวเฉยๆ นะ เจอจับแน่!!! อย่ามาก่อเหตุแถวนี้…

ภายใต้การอำนวยการของ
พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผกก.สน.บางซื่อ
พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ
มอบหมาย บางซื่อ21,20 พร้อมสายตรวจ และจราจร
ว.4 ประชาสัมพันธ์แจกใบปลิวเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม กรีด/ล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวภายในตลาดนัดจตุจักร
 …ตามทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม…
คนร้าย เหยื่อ อาชญากรรม/โอกาส…
เมื่อเราไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร เราต้องเตือนเหยื่อ ให้เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อตัดโอกาสคนร้ายไม่ให้ก่อเหตุ

และได้ตรวจพบวัยรุ่นชาย 2 ราย พกพาอาวุธมีดติดตัวเที่ยวเตร่อยู่บริเวณตลาดนัดสวนจตุจักร บางซื่อ 2-0,121-4 จึง ว.20 ทำประวัติ และ นำส่ง พงส. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แจ้งเหตุ สน.บางซื่อ
02-279-3764,
086-035-2455

เหตุด่วนเหตุร้าย
แจ้ง 191 .1599

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ นำประชาชนชาวจันทบุรี ปลูกต้นไม้ ปล่อยสัตว์น้ำ สร้างจิตสำนึก “จิตอาสาพัฒนา สวนสาธารณะพระเจ้าตากสินมหาราช เฉลิมพระเกียรติ”

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในวันที่ 12 สิงหาคม 2566 นี้ วันนี้ (5 ส.ค.66) เวลา 10.00 น. ณ สวนสาธารณะ พระเจ้าตากสินมหาราช เฉลิมพระเกียรติ ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานโครงการ "จิตอาสาพัฒนา สวนสาธารณะพระเจ้าตากสินมหาราช เฉลิมพระเกียรติ" โดยร่วมกับจังหวัดจันทบุรี

สมาคมชาวใต้จันทบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี นำประชาชนชาวจันทบุรี ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่ายเอกชน ข้าราชการ นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนประชาชนจิตอาสา กว่า 1,000 คน ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ 1,070 ต้น รอบบริเวณสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช(ทุ่งนาเชย) ประกอบด้วย ต้นพะยูง 20 ต้น และต้นทองอุไร 1,000 ต้น เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ พร้อมทั้งปล่อยปลาตะเพียน จำนวนกว่า 30,000 ตัว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ เป็นการแสดงความจงรักภักดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา อีกทั้งน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษาและต่อยอดพระราชกรณียกิจของพระราชบิดา
โดยที่ผ่านมา สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมย์ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 13 โดยที่ผ่านมารวมถึงครั้งนี้ได้ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 30,000 ต้น และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ปลา 444,000 ตัว ปู กุ้ง จำนวนกว่า 115 ล้านตัว ซึ่งสมาคมฯ จะดำเนินกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทุกจังหวัดภาคใต้และจะขยายกิจกรรมไปยังภาคอื่นทั่วประเทศไทย

ศปน.ตร.ระดมกวาดล้างเครือข่ายแอปเงินกู้นอกระบบและแก๊งรับจำนำรถในพื้นที่ภาค 1 และ 2 ปูพรมตรวจค้นพื้นที่ รวมดำเนินคดี ผู้ต้องหา 23 ราย ยึดของกลางอีกหลายรายการ

ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนจากเงินกู้นอกระบบในหลายรูปแบบ เช่น แอปพลิเคชันเงินกู้ ผิดกฎหมาย , แก๊งหมวกกันน็อค , การรับจำนำรถ เป็นต้น ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) นำโดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปน.ตร., พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./รอง ผอ.ศปน.ตร. พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปน.ตร. ได้สั่งการให้ ชุดปฏิบัติการสืบสวนส่วนกลาง ศปน.ตร. เร่งรัดปราบปรามกลุ่มเงินกู้นอกระบบที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรากว่าที่กฎหมายกำหนด และมีการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ลูกหนี้ โดยให้ดำเนินการสืบสวนหาเครือข่ายผู้กระทำความผิดดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยชุดปฏิบัติการสืบสวนส่วนกลาง มีผลการดำเนินการ ดังนี้

  1. ชุดปฏิบัติการสืบสวนส่วนกลาง ศปน.ตร. ชุดที่ 1 จับกุมแก๊งแอปเงินกู้นอกระบบ
    พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ ชป.ส่วนกลาง 1 ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ในความผิดเกี่ยวกับแอปพลิเคชันเงินกู้ผิดกฎหมาย ชื่อแอพ“กู้ให้ดีดี” ซึ่งมีรูปแบบการให้กู้ยืมผ่านแอปพลิเคชัน ระยะเวลาในการกู้ยืมเงิน 7 วัน โดยจะหักดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 40 ต่อ 7 วัน ต้องชำระเงินคืนเต็มจำนวน เมื่อคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยต่อปีจะพบว่า มีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 2085% ต่อปี หากไม่สามารถหาเงินมาชำระได้ทัน ผู้กู้ก็จะถูกโทรศัพท์มาข่มขู่ และโพสต์รูปประจานบนสื่อสังคมออนไลน์
    จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายเงินกู้นอกระบบแอปพลิเคชัน “กู้ให้ดีดี” มีเส้นทางการเงินของเครือข่ายนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม มีรายละเอียด ดังนี้
  • กลุ่มบัญชีโอนเงินให้ผู้กู้ (บัญชีธนาคารขาเข้า) และเชื่อได้ว่าเป็นกลุ่มบัญชีธนาคารที่ใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ (บัญชีม้าสำหรับโอนเงินกู้ให้ผู้กู้)
  • กลุ่มเจ้าของบัญชีรับชำระเงินต้น/ดอกเบี้ย (บัญชีธนาคารขาออกชั้นที่ 1) และเชื่อว่าเป็นกลุ่มบัญชีธนาคารที่ใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ (บัญชีม้าสำหรับรับโอนชำระหนี้เงินกู้)
  • กลุ่มเจ้าของบัญชี สำหรับพัก/ยักย้าย/รวบรวมทรัพย์สิน (บัญชีธนาคารขาออกชั้นที่ 2) โดยการรับโอนจากบัญชีธนาคารกลุ่มเจ้าของบัญชีรับชำระเงินต้น/ดอกเบี้ย และพบว่าบางส่วนโอนแจกจ่ายต่อไปยังบัญชีธนาคารกลุ่มโอนเงินให้ผู้กู้ จึงเชื่อว่าเป็นกลุ่มบัญชีนายทุนเงินกู้ และผู้รับผลประโยชน์จากดอกเบี้ยเงินกู้
    จากพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมได้ จึงได้ร้องขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าของบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายลักลอบปล่อยเงินกู้ แอพพลิเคชั่น “กู้ให้ดีดี” จำนวน 14 ราย ในข้อหา “ร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยมีลักษณะเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดและโดยกำหนดข้อความอันเป็นเท็จในเรื่องจำนวนเงินกู้หรือเรื่องอื่นๆไว้ในหลักฐานการกู้ยืม หรือตราสารที่เปลี่ยนมือได้ เพื่อปิดบังการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดและร่วมกันเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยมีเงินหมุนเวียนประมาณ 160 ล้านบาท
    ต่อมาวันที่ 3 ส.ค.66 พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ ผบก.บก.สส.ภ.1 , พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.๕ , พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ , พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล ผบก.ภจว.เชียงราย , พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ , พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1 / หน.ชป.ส่วนกลาง ศปน.ตร. ชุดที่ 1 และ พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ / หน.ชป.ส่วนกลาง ศปน.ตร.ชุดที่ 5 พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการ ศปน.ตร.ภ.1 และ ภ.5 เข้าทำการ ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 9 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และ เชียงราย ผลการดำเนินการสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 9 ราย หลบหนี 5 ราย ประกอบด้วย
  1. น.ส.พรทิพย์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 476/2566 ลง 20 ก.ค.66
  2. นายรังสิมันต์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 477/2566 ลง 20 ก.ค.66
  3. น.ส.ศุจิกานต์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 478/2566 ลง 20 ก.ค.66
  4. นายกิตติพันธ์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 480/2566 ลง 20 ก.ค.66
  5. นายนที (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 484/2566 ลง 20 ก.ค.66
  6. นายสิษธินันท์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 485/2566 ลง 20 ก.ค.66
  7. นายสุทธินัน (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 486/2566 ลง 20 ก.ค.66
  8. นางอรศิริ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 488/2566 ลง 20 ก.ค.66
  9. น.ส.มณีพรรณ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 489/2566 ลง 20 ก.ค.66
    นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ภ.จว.สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
  10. ชุดปฏิบัติการสืบสวนส่วนกลาง ศปน.ตร. ชุดที่ 2 จับกุมแก๊งเสี่ยไอซ์ จำนำรถ
    ด้วยเมื่อวันที่ 31 ม.ค.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปน.ภ.2 ได้ทำการจับกุม นายณัฐพงษ์ หรือโจ้ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี โดยขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา ที่ 12/2566 ลง 31 ม.ค. 2566 เข้าทำการตรวจค้นบ้าน 299/22 ม.4 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จว.ชลบุรี โดยมีนายณัฐพงษ์ หรือโจ้ (สงวนนามสกุล) แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว และนำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการส่วนกลาง ศปน.ตร.ภ.2 เข้าตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าวและบริเวณใกล้เคียง
    จากการตรวจค้นได้ตรวจยึดจับกุม
    1. รถจักรยานยนต์ จำนวน 37 คัน
    2. รถยนต์ จำนวน 69 คัน
    3. โทรศัพท์เคลื่อนที่ฯ จำนวน 1 เครื่อง
    4. สมุดจดบันทึกรายการบัญชีเงินกู้ของลูกค้าและรายการรับจำนำรถ จำนวน 1 เล่ม
    รวมของกลางทั้งสิ้น จำนวน 108 รายการ
    เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุม และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกจับในความผิดฐาน “ ประกอบธุรกิจ สินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้ขออนุญาต , และจัดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต” รวมของกลาง จำนวน 108 รายการดังกล่าวข้างต้น จากนั้นนำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง จว.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
    พล.ต.ท. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 , พล.ต.ต.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รอง ผบช.ภ.2 / รอง ผอ.ศปน.ภ.2 ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ ชป.ส่วนกลาง 2 ให้ดำเนินการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับบุคคลอื่นที่ร่วมอยู่ในขบวนการ ต่อมาสามารถขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับบุคคลผู้เกี่ยวข้องได้เพิ่มเติม จำนวน 2 ราย ได้แก่
  11. นายกฤตภาส (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.359/2566 ลง 13 ก.ค. 66 (จับกุม)
  12. นายฐณะวัฒน์ หรือ เสี่ยไอซ์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.360/2566 ลง 13 ก.ค. 66 (หลบหนี)
    ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และร่วมกันให้กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันจัดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต”
    จากการดำเนินการดังกล่าว ต่อมาวันที่ 3 ส.ค. 66 พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี / หน.ชป.ส่วนกลาง ศปน.ตร. ชุดที่ 2 และ พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี /หน.ชป. ศปน.ภ.2 พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการ ศปน.ตร.ภ.2 , ภ.1 , ภ.7 , สตม. และ บช.ทท. เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 14 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี , ระยอง , พิษณุโลก และ กาญจนบุรี เพื่อค้นหาผู้ต้องหาตามหมายจับ รวมทั้งบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง และตรวจยึดทรัพย์สิน ผลการดำเนินการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้สิ้น 7 ราย ประกอบด้วย
    พื้นที่ จ.ระยอง
  13. น.ส.จันทิมา (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 153/2564 ลง 2 ส.ค.64 ในข้อหา ฉ้อโกง และ แจ้งข้อกล่าวหา ประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และจัดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต
  14. นายนรงค์ฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ 150/2566 ลง 31 ม.ค.66 ในข้อหา ยักยอกทรัพย์
  15. น.ส.มณิสรา (สงวนนามสกุล) ในข้อหา ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้ขออนุญาต และ จัดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต
    พื้นที่ จ.ชลบุรี
    1.นายพิมพ์พันธ์ (สงวนนามสกุล) ในข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
    2.นายทศพนธ์ (สงวนนามสกุล) ในข้อหา ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และ
    ให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
    พื้นที่ จ.กาญจนบุรี
    1.นายกฤตภาส (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 359/2566 ลง 13 ก.ค. 66 ใน
    ข้อหา ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และร่วมกันให้กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันจัดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต
    2.นายภาคภูมิ (สงวนนามสกุล) ในข้อหา ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้ขออนุญาต และ
    จัดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต
    ซึ่งในปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นครั้งนี้ มีของกลางที่ตรวจยึดได้ ดังนี้
    1.รถยนต์ 29 คัน
    2.รถจักรยานยนต์ 10 คัน
    3.กุญแจรถยนต์ 12 ดอก
    4.สมุดบัญชีเงินฝาก 10 เล่ม
    5.บัตรเอทีเอ็ม 3 ใบ
    6.สมุดจดรายการ 5 เล่ม
    7.อาวุธปืน 1 กระบอก
    8.โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง
    9.โน๊ตบุค 3 เครื่อง
    ซึ่งเครือข่ายรับจำนำรถของเสี่ยไอซ์ มีเงินหมุนเวียน ประมาณ 100 ล้านบาท
    พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปน.ตร. กล่าวว่า ในวันนี้ ศปน.ตร. มีหน้าที่ในการปราบปรามแก๊งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งปัจจุบันมีการกระทำผิดในหลายรูปแบบ ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการจับกุม แอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมายที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน และเป็นการตัดวงจรกลุ่มบัญชีม้าซึ่งเป็นต้นทางของการนำไปก่ออาชญากรรมในหลากหลายรูปแบบ หลังจากจับกุมกลุ่มดังกล่าวแล้ว จะให้สืบสวนขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป เนื่องจากปัจจุบันพบว่ากลุ่มคนร้ายได้ใช้การแปลงเงินตราให้เป็นเงินสกุลดิจิทัลเพื่อให้ยากแก่การติดตาม อย่างไรก็ตาม ศปน.ตร.จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มผู้กระทำผิดให้สิ้นซาก

นอกจากนี้ในส่วนของการปราบปรามแก๊งรับจำนำรถโดยผิดกฎหมายนั้น ก็เป็นปัญหาหนี้นอกระบบในอีกรูปแบบหนึ่งที่สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยที่สูงมาก ยังมีความเสี่ยงที่ผู้รับจำนำรถจะเอารถยนต์ที่มาจำนำไว้ไปจำหน่ายต่อ ในบางรายที่รถยนต์ยังอยู่ระหว่างเช่าซื้อ ทางผู้ประกอบการลีสซิ่งก็อาจจะฟ้องร้องในข้อหายักยอกทรัพย์ได้ จึงได้สั่งการให้เข้าตรวจยึดทรัพย์สินเหล่านี้ เพื่อเป็นการปราบปรามกลุ่มแก๊งรับจำนำรถ ไม่ให้สามารถดำเนินการผิดกฎหมายได้อีก
สุดท้ายนี้ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชน อย่าหลงเชื่อในการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งไม่มีความน่าเชื่อถือและไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งยังเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หากต้องการตรวจสอบแหล่งเงินกู้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบใบอนุญาตการปล่อยสินเชื่อได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “สร้างอาชีพ สร้างชีวิต” ร่วมกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับสตรีที่ด้อยโอกาส

ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ในโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี
.
วานนี้ (วันที่ 2 สิงหาคม 2566) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับสตรีที่มีรายได้น้อย มีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม ซึ่งอยู่ในความดูแลของสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 21 ราย พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์แก่คนพิการ จำนวน 10 ราย รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 348,650 บาท (สามแสนสี่หมื่นแปดพันหกร้อยห้าสิบบาทถ้วน) เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน โดยมี นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายวาทิต ปัญญาคม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาสมัครศิลปิน นำโดย นางสาวอัญชลี จงคดีกิจ (ปุ๊-อัญชลี) ร่วมแจกจ่ายในครั้งนี้ ณ ศาลาประชาคมจังหวัดพิษณุโลก (ศาลากลางจังหวัด) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
.
พร้อมกันนี้ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมหน่วยแพทย์ฯ ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น และบริการตัดผม ฯลฯ โดยมีประชาชนเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก
.
นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า สำหรับโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมูลนิธิฯ กำหนดมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่สตรีที่มีรายได้น้อย มีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ แต่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ รวม 8 ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี สงขลา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และจังหวัดพิษณุโลก ให้ได้มีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว เพื่อเป็นการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป โดยนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการลงพื้นที่ในเดือนเมษายนจนถึงในวันนี้ มูลนิธิฯ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพรวมมอบ 8 แห่ง จำนวน 61 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 980,940 (เก้าแสนแปดหมื่นเก้าร้อยสี่สิบบาทถ้วน)
.
ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ต่อไป
.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมอัยการและชุดสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีโกดังดอกไม้ไฟระเบิดพื้นที่ มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

จากกรณีเมื่อวันที่ 29 ก.ค.66 เวลา 15.05 น. เกิดเหตุโกดังเก็บดอกไม้ไฟระเบิดที่บ้านมูโนะ หมู่ 1 ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบได้รับความเสียหายกว่า 400 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 11 ราย ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 200 ราย ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเหตุระเบิดดังกล่าว รวมทั้งตรวจสอบการเก็บรักษาดอกไม้เพลิงดังกล่าวว่าดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ วันนี้ (2 ส.ค.66) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ พร้อมด้วยพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประชุมติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการสืบสวนในกรณีดังกล่าว

จากการสืบสวนทราบว่า โกดังเก็บดอกไม้ไฟดังกล่าวเป็นของร้านวิรวัฒน์พานิช ซึ่งเจ้าของคือ น.ส.ปิยะนุช (สงวนนามสกุล)อายุ 42 ปี และนายสมปอง (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ซึ่งมีโกดังเก็บดอกไม้ไฟอยู่ในบริเวณดังกล่าว 2 แห่ง สาเหตุของการเกิดระเบิดขึ้นคาดว่าเกิดจากกรณีการดัดแปลงอาคารโกดังที่เกิดเหตุเพื่อเก็บของ ตามวันเวลาเกิดเหตุมีช่างเชื่อมโลหะเข้าไปทำการต่อเติมอาคาร และเกิดสะเก็ดไฟขณะทำงานร่วงหล่นใส่ดอกไม้ไฟที่เก็บในโกดังจนเกิดเหตุระเบิดดังกล่าว

นอกจากนี้ ในกรณีของการเก็บรักษาดอกไม้ไฟในโกดังทั้งหมดพบว่า ร้านวิรวัฒน์พานิช ได้มีการสั่งซื้อดอกไม้ไฟมาจากบริษัทนำเข้าดอกไม้ไฟจากจีน ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย จากนั้นนำมาเก็บในโกดังเพื่อนำมาจำหน่ายให้กับร้านค้าและประชาชนทั่วไปในพื้นที่ แต่ทางร้านดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตในการจำหน่ายดอกไม้เพลิงตามกฎหมายแต่อย่างใด หลังเกิดเหตุได้ติดตามตัวเข้าของร้านทั้งสองราย พบว่ามีการเดินทางออกไปยังประเทศมาเลเซียหลังเกิดเหตุ เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.มูโนะ ภ.จว.นราธิวาส จึงได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองราย ในความผิดฐาน กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ร่วมกันทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าซึ่งดอกไม้เพลิง โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานตามพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และร่วมกันก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในโอกาสแรกขอแสดงความเสียใจไปยังพี่น้องประชาชนชาวมูโนะที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งจากเหตุการณ์นี้มีพี่น้องชาวมูโนะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างมากกว่า 400 หลังคาเรือน ซึ่งหน่วยงานรัฐและเอกชนกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าเหตุดังกล่าวเกิดจากความประมาทในการซ่อมแซมอาคารดังกล่าว หลังเกิดเหตุจึงได้พยายามติดตามเจ้าของกิจการ 2 คน ซึ่งทราบว่าได้หลบหนีไปยังประเทศมาเลเซียแล้ว จึงได้ออกหมายจับและเตรียมประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียเพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีต่อไป ในส่วนของการขายดอกไม้ไฟและการเก็บรักษาดอกไม้ไฟเป็นจำนวนมากนั้น อยู่ระหว่างการสืบสวนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อหรือจำหน่ายดอกไม้ไฟ ว่ามีการลักลอบส่งออกด้วยหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำผิดในส่วนอื่น ก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม รวมทั้งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าวจริง ก็จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวทั้งหมดโดยเด็ดขาด

เลขา ป.ป.ส. ร่วมกับ ผบ.ตร.เมียนมา มอบเข็มหลักสูตร “อินทรีย์ 19”

เลขาธิการ ป.ป.ส. ควง ผบ.ตร.เมียนมา ร่วมพิธีปิดและมอบเข็มให้กับผู้ผ่านหลักสูตรอินทรีย์ 19 รุ่นที่ 5 ให้กับเจ้าหน้าที่หญิงจากไทยและเมียนมา จำนวน 49 ราย เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ ไทย-เมียนมา ร่วมปราบปรามยาเสพติด

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรม และประดับเข็มความสามารถหลักสูตรเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ อินทรีย์ 19 รุ่นที่ 5 โดยมี พลโท นี ลิน อ่อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งสหภาพเมียนมา พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจจัตวา วิน หน่าย เลขาธิการ ป.ป.ส. แห่งสหภาพเมียนมา ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้าร่วมพิธีฯ ณ กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย (อรินทราช 26) กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล

หลักสูตรอินทรีย์ 19 รุ่นที่ 5 มีผู้สำเร็จหลักสูตรจำนวน 49 นาย จำแนกเป็นข้าราชการตำรวจจากสหภาพเมียนมา จำนวน 22 นาย ข้าราชการสังกัดสำนักงาน ป.ป.ส./กรมสอบสวนคดีพิเศษ/กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ/สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 28 นาย โดยหลักสูตร อินทรีย์ 19 เป็นหลักสูตรเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ ของสำนักงาน ป.ป.ส. ที่มุ่งหมายผลิตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ ในระดับทวิภาคี ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจัดการฝึกอบรมมาแล้วจำนวน 4 รุ่น และปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 5 มีผู้สำเร็จการฝึกอบรมจำนวน 144 นาย มีชาติสมาชิกอาเซียน จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ารับการฝึกอบรมมาแล้วจำนวน 2 ประเทศ คือ สปป.ลาว และสหภาพเมียนมาโดยในช่วงต้น ได้มีการแสดงการเข้าจู่โจมกลุ่มผู้กระทำผิดโดยผู้ผ่านการฝึกอบรม

พลโท นี ลิน อ่อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวว่า ในนามของสำนักคณะกรรมการกลางเพื่อควบคุมยาเสพติดเมียนมา (CCDAC) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมียนมา ขอขอบคุณทางการไทยที่ให้การสนับสนุนฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด และขอขอบคุณ เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงครูฝึกทุกท่านที่เห็นความสำคัญและเชิญเจ้าหน้าที่ของสหภาพเมียนมาร่วมการฝึก ซึ่งหากมีหลักสูตรเช่นนี้ขอให้เชิญทางเมียนมาอีกเพราะเป็นความร่วมมือทีดีต่อทั้ง 2 ประเทศ และเจ้าหน้าที่เข้ารับการฝึกก็ได้รับประโยชน์จากการฝึกที่สามารถนำมาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ และถ่ายทอดให้กับเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดท่านอื่นต่อไป สุดท้ายนี้ขอให้คำมั่นว่า CCDAC และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมียนมา จะให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เป็นเป้าหมายร่วมกัน เพื่อให้ประเทศของเราทั้ง 2 ประเทศปลอดภัยจากยาเสพติด

ด้านนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผ่านการฝึกที่ต้องใช้ความเข้มแข็งทั้งร่างและจิตใจ และขอขอบคุณครูจากหน่วยอรินทราช 26 ที่ได้ทุ่มเทสรรพกำลังในการฝึกสอน ซึ่งตนยินดีหลังจากได้ยินการรายงานการฝึกอบรมว่าปลอดภัยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซึ่งก็ถือว่าการฝึกอบรมประสบผลสำเร็จ ขอให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมนำทักษะที่ได้รับการฝึกฝนไปใช้ให้เกิดความปลอดภัยและประสบผลสำเร็จ โดยการอบรมหลักสูตรนี้เป็นการอบรมระหว่างประเทศเพื่อแสวงหาความร่วมมือในภูมิภาค ซึ่งตนยืนยันพร้อมสนับสนุนเมียนมาและประเทศในภูมิภาคเพื่อสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป

พ.ต.ท.วรภัทร รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ นำกำลังจับกุม แก๊งค์เคาะกระจก

วันนี้ 27 ก.ค.2566
พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ นำทีม บางซื่อ2, บางซื่อ 3-3, 2-1, 6-1 พร้อมกำลัง จับกุม แก๊งค์เคาะกระจก ข้อหา ก่อความเดือดร้อนรำคาญฯ บริเวณ กรมขนส่งทางบก จตุจักร กรุงเทพมหานคร

เศรษฐา ทวีสินและแพทองธาร ชินวัตร นำคณะพรรคเพื่อไทย ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ประจำปีพุทธศักราช 2566

วันที่ 28 กรกฎาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรค นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรักษาการโฆษกพรรค นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ นายสุรเกียรติ เทียนทอง สส.บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรค นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ นายนิคม บุญวิเศษ สส.บัญชีรายชื่อ นายไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู นายณพล เชยคำแหง สส.หนองบัวลำภู นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม. นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายจักรพงษ์ แสงมณี กรรมการบริหารพรรค ทันตแพทย์หญิง ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ รองเลขาธิการพรรค และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค พร้อมคณะกรรมการการบริหารพรรค สส. และสมาชิกพรรค ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ประจำปีพุทธศักราช 2566 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ของชุด TICAC

วันนี้ (27 ก.ค.66) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมง (ศพดส.ตร.) ได้เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ของชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต (TICAC) ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าการอบรมจาก น., ภ.1-9, สตม., พฐ. และชุดปฏิบัติการ TICAC รวมกว่า 216 นาย ซึ่งได้จัดอบรมระหว่างวันที่ 23-27 ก.ค.66 เป็นเวลา 5 วัน

การฝึกอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการสืบสวนคดีเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ในเชิงนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ (Digital Forensic) เนื่องจากในคดีลักษณะนี้จำเป็นจะต้องมีความรู้ความสามารถในการเก็บและวิเคราะห์พยานหลักฐานทางคอมพิวเตอร์เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี นอกจากนี้ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติเพื่อสร้างเครือข่ายในการทำงานให้มีประสิทธิภาพในการประสานงานร่วมกันในอนาคต

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การฝึกอบรมในครั้งนี้ เป็นการสร้างเสริมศักยภาพให้กับชุดปฏิบัติการ TICAC จากทั่วประเทศ ให้มีความรู้ความสามารถในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้วิเคราะห์และติดตามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งวันนี้เป็นพิธีปิดแล้ว เชื่อมั่นว่ากำลังพลที่ได้เข้าอบรมในครั้งนี้ จะสามารถออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้จะส่งผลให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งทำให้ภาพรวมการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทยมีมาตรฐานในระดับสากลอีกด้วย

Design a site like this with WordPress.com
Get started