พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติดจากนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (29 มิ.ย.66) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางไปยังตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่น ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2566 โดยได้รับรางวัลบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติด ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งจะตรงกับวันที่ 26 มิ.ย.ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลและองค์กรซึ่งประวัติดี มีความเสียสละ และอุทิศตนในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดดีเยี่ยม ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน ซึ่งในงานนี้มีการมอบรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นจำนวน 49 ราย รวมทั้งเชิดชูเกียรติให้กับผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอีกจำนวน 99 ราย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีในวันนี้ รวมทั้งได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลที่มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติด จากท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ทุกวันนี้ปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมายาวนาน ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมาเป็นจำนวนมาก ทั้งยังส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของไทยในภาพรวม ทำให้รัฐต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมากในการปราบปรามยาเสพติดให้หมดไป กระผมในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐจะขอทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทย เพื่ออนาคตของลูกหลานและพี่น้องประชาชนได้อยู่กันอย่างสงบสุขต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนภัยออนไลน์ “แอบอ้าง ดร.ณัฐวุฒิ ให้ลงทุนซื้อหุ้นต่างประเทศ ได้เงินไป 6 ล้านบาท”และขอเชิญชวนประชาชนทำแบบทดสอบ วัดระดับ “วัคซีนไซเบอร์”


เนื่องจากในรอบสัปดาห์ มีการรับแจ้งความออนไลน์คดีแอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นเจ้าของบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนแล้วหลอกลวงให้ลงทุน สร้างความเสียหายกับพี่น้องประชาชน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เป็นห่วงพี่น้องประชาชน ที่อาจจะตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. หัวหน้าคณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วยคณะทำงาน แถลงข่าวเตือนภัย เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2566 เวลา 13.30 น. ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.กล่าวว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (18-24 มิ.ย.2566) มีสถิติการรับแจ้งความคดีออนไลน์มากที่สุดยังเป็นคดีเดิมๆ 5 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1) คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 2) คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ 3) คดีหลอกลวงให้กู้เงิน 4) คดีข่มขู่ทางทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) และ 5) คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับคดีออนไลน์ที่คนร้ายนำมาหลอกลวงซ้ำเติมประชาชนในช่วงนี้ คือ การแอบอ้าง อาจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ หลอกให้โอนเงินลงทุน ซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนต้องย้ำเตือนให้ประชาชนได้รับทราบ จึงได้เชิญอาจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ มาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย
พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท.บช.สอท. กล่าวถึงรายละเอียดภัยออนไลน์ที่คนร้ายแอบอ้าง อาจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ หลอกให้โอนเงินลงทุน “ซื้อหุ้นต่างประเทศ สูญเงิน 6 ล้าน” โดยคนร้ายใช้วิธียิงโฆษณาใน Facebook โดยแอบอ้างใช้รูปและชื่อ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ชักชวนให้ลงทุน มีผลตอบแทนสูงมาก เหยื่อหลงเชื่อ กดลิงก์เพิ่มเพื่อนไลน์ Open Chat ที่มีสมาชิกอยู่เป็นจำนวนมาก มีคนร้ายแอบอ้าง ดร.ณัฐวัฒิฯเป็นหัวหน้ากลุ่ม มีคนร้ายอีกคนเป็นเลขา มีหน้าม้าส่วนหนึ่ง ที่เหลือเป็น Bot(โปรแกรมอัตโนมัติ) คนร้ายแนะนำให้เหยื่อลงทุนซื้อหุ้นไทย เหยื่อหลงเชื่อและได้เปิดพอร์ตหุ้นกับธนาคารหรือโบรกเกอร์ของจริง แล้วเลือกซื้อหุ้นที่ถูกแนะนำ แต่ไม่สามารถซื้อได้ เนื่องจากธนาคารหรือโบรกเกอร์แจ้งว่าหุ้นมีราคาต่ำเกินไป คนร้ายที่เป็นเลขาจึงแนะนำให้ลงทุนซื้อหุ้นต่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มของคนร้าย อ้างผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นไทย โดยให้กดลิงก์ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอม(Taining) จากนั้นแนะนำให้ลงทุนซื้อหุ้นให้ผลตอบแทน 25% และเร่งรัดให้รีบซื้อเป็นเงินหลัก 100,000 บาท หากเหยื่อลงทุนหลัก 10,000 บาท คนร้ายจะอ้างว่าเป็นการเสียโอกาส เนื่องจากตลาดต่างประเทศมีแรงหนุนขาขึ้น อีกทั้งคนร้ายมีข่าววงในว่าหากลงทุนช่วงนี้จะได้รับผลตอบแทนสูง เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีม้า เป็นการลงทุนครั้งแรก และส่งสลิปการโอนเงินในกลุ่มไลน์ คนร้ายที่เป็นเลขาแสดงให้เห็นในไลน์ว่าได้ลงทะเบียนรับแล้วและจะเป็นผู้กรอกเงินลงทุนในระบบเอง (ในระบบแสดงยอดเงินลงทุนและผลตอบแทนให้เหยื่อเห็นว่าได้กำไร) ต่อมาคนร้ายหลอกให้ลงทุนเพิ่ม โดยเอาผลตอบแทนสูงมาจูงใจ และอ้างว่าจะทำให้หุ้นยกตัวสูงขึ้นด้วย ขณะเดียวกันจะมีหน้าม้าคอยแนะนำ กดดันให้ลงทุนไปพร้อมๆ กัน และถ้าถอนการลงทุนเร็วเกินไป จะทำให้คนอื่นไม่สามารถลงทุนต่อไปได้ เหยื่อหลงเชื่อลงทุนซื้อหุ้นเพิ่ม เมื่อเหยื่อกดถอนเงิน คนร้ายจะอ้างว่าใส่เลขบัญชีผิด เขียนบันทึกช่วยจำไม่ถูกต้อง ใส่รหัสถอนเงินผิด กดถอนเงินยอดสูงเกินไปจนระบบล๊อค ทุกครั้งที่อ้างจะให้โอนเงินเพิ่ม และบอกว่าสามารถถอนคืนได้ทั้งหมด สุดท้ายเหยื่อเสียเงินไป 6 ล้านบาท
จุดสังเกต

  1. การโอนเงินลงทุนหรือทำภารกิจใดๆ ที่ใช้เงินน้อย รายได้ดี มีผลตอบแทนหรือค่าคอมมิชชันสูง ไม่มีอยู่จริง หากผลตอบแทนหรือค่าคอมมิชชันสูงมากขนาดนี้ คนร้ายคงโอนเงินลงทุนหรือทำภารกิจด้วยตนเอง
  2. ในการลงทุนหรือทำภารกิจ คนร้ายให้เหยื่อกดลิงก์เข้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้นมาให้เหมือนของจริง และเมื่อเหยื่อโอนเงินทำภารกิจ ในระบบจะขึ้นยอดเงินแสดงให้เหยื่อหลงเชื่อว่าเป็นยอดเงินจริง ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพียงตัวเลขในอากาศที่คนร้ายนำมาหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อเท่านั้น
  3. บัญชีธนาคาร(บัญชีม้า) เป็นบัญชีบุคคลธรรมดา ไม่ใช่บัญชีชื่อหน่วยงานหรือองค์กร วิธีป้องกัน
    1. ไม่เปิดอ่านหรือ กดลิงก์โฆษณาแปลกปลอม หรือกดเพิ่มเพื่อนไลน์ในรูปแบบสแกน QR Code หรือเพิ่มเพื่อนไลน์ทาง ID Line จากคนที่ไม่น่าเชื่อถือ
      1. หากต้องการติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ควรโหลดและติดตั้งจาก Google Play store หรือ Apple Store เท่านั้น อย่าเชื่อคำแนะนำของคนร้ายให้กดเข้าบราวเซอร์อื่น
        ๓. ควรลงทุนในบริษัทหรือผู้ให้บริการในตลาดทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. โดยตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://www.set.or.th
        อาจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท หลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ได้มีคนร้ายแอบอ้างชื่อ โดยใช้ชื่อไลน์ว่า “ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์” “ดร.ณัฐวุฒิ” “Dr.Nattawut” “DR.Wut” และ “Dr.Nat” แล้วเปิดกลุ่มไลน์ หรือไลน์ open chat ในชื่อต่างๆ เช่น Global Stock รวยหุ้นเด่น รวยหุ้นเด่น 2 เศรษฐีหุ้น เป็นต้น ดึงคนเข้าร่วมกลุ่ม แล้วหลอกลวงให้โอนเงิน 10,000 บาท บ้าง 100,000 บาท บ้าง อ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนหุ้นต่างประเทศให้ผลตอบแทนสูง บางรายตกเป็นเหยื่อสูญเงิน 6 ล้านบาท และเหยื่อบางคนถูกหลอกก็ให้โอนเงินไปเทรดคริปโตเคอเรนซี อ้างว่าให้ผลตอบแทนสูง จึงขอแจ้งเตือนว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการหลอกลวงของคนร้ายทั้งสิ้น ขอยืนยันว่าไม่เคยมีธุรกิจด้านการลงทุนดังกล่าวข้างต้น เนื่องจากการชักชวนให้ประชาชนโอนเงินมาร่วมลงทุนในหุ้นต่างประเทศ และคริปโตเคอเรนซี่ ต้องมีใบอนุญาตจัดการการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ในกองทุนต่างประเทศ และสินทรัพย์ดิจิตอล ซึ่ง ดร.ณัฐวุฒิฯ ไม่มีใบอนุญาตนี้แต่อย่างใด และก่อนจะโอนเงินให้เข้าใจก่อนว่าควรมีการยืนยันตัวตนว่าเป็น ดร.ณัฐวุฒิฯ จริงๆ หากให้โอนเงินในนามบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ชื่อบัญชี ดร.ณัฐวุฒิฯ หรือบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ ดร.ณัฐวุฒิฯ เป็นประธาน ก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็นคนร้ายอย่างแน่นอน สำหรับช่องทาง official ติดต่อ ดร.ณัฐวุฒิฯ มีดังนี้ Facebook : http://fb.com/tontancorp Youtube : https://goo.gl/J9u1jm สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รายงานการแอบอ้างเป็น ดร.ณัฐวุฒิฯ ได้ที่ Line@ : https://goo.gl/ybfAvJ
        พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท. กล่าวว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จึงได้จัดทำแบบทดสอบ วัดระดับ วัคซีนไซเบอร์ จำนวน 80 ข้อ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ตรวจสอบความรู้ด้านอาชญากรรมไซเบอร์ เมื่อทำการทดสอบเสร็จแล้ว ให้กดส่ง และกดขอดูคะแนนผลการทดสอบได้เลย หากทำข้อใดผิด จะมีการเฉลยข้อที่ถูกต้องให้เพื่อนำไปเป็นความรู้ต่อไป หากพี่น้องประชาชนได้ทำการทดสอบความรู้ทั้ง 80 ข้อแล้ว เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะมีภูมิคุ้มกันหรือมีวัคซีนไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน จึงขอประชาชนสัมพันธ์เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนได้ทดสอบความรู้ ตามแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์(สำหรับประชาชน)
    2. ได้ทั้ง QR Code และตามลิงก์นี้
      https://docs.google.com/ forms/d/e/1FAIpQLSdXTV39hEH-GK
    1. -Tn4Fpmrpk3JLm-_djslp3ZvrV0i5gaQ-l-Q/viewform?pli=1
      พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง กล่าวเพิ่มเติมว่าแบบทดสอบ วัคซีนไซเบอร์ ทั้ง 80 ข้อ ได้รวบรวมมาจากกลโกงของคนร้ายและสิ่งที่ประชาชนควรรู้ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้ทำแบบทดสอบวัดความรู้ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์อีกทางหนึ่ง และขอให้บอกต่อเพื่อทำแบบทดสอบจะได้มีภูมิคุ้มกันภัยกันทุกคน สำหรับภัยออนไลน์ที่คนร้ายนำมาหลอกลวงเพื่อให้เหยื่อโอนเงินมาลงทุนนั้นมีหลายรูปแบบ และคนร้ายได้พัฒนารูปแบบใหม่ๆ ดังนั้นจึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารถึงวิธีการของคนร้าย จุดสังเกต และวิธีป้องกัน จะได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ และหากต้องการลงทุนในการเทรดหุ้น ควรลงทุนในบริษัทหรือผู้ให้บริการในตลาดทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. โดยตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://www.set.or.th และเพื่อให้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ในรูปแบบใหม่ สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้จาก เว็บไซต์ และเพจ เตือนภัยออนไลน์ หรือโทรสายด่วน 1441

ระทึกขวัญ!!! ตำรวจรัฐสภา หิ้วปีกนักข่าวผี ถ่ายภาพตอนตบทรัพย์ สส.หน้าใหม่ได้

ตำรวจรัฐสภาหิ้วปีกนักข่าวผี ออกนอกพื้นที่ ขุดประวัติ เคยขโมย Macbook ช่างภาพ ตั้งแต่ปี 65 ถ่ายภาพตบทรัพย์ สส.หน้าใหม่

วันที่ 26 มิถุนายน 2566 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศ รายงานตัว สส. ซึ่งเข้าสู่วันที่ 7 ยังคงมี สส. ใหม่ทยอยเดินทางมารายงานตัวอย่างต่อเนื่องโดยมีสื่อมวลชนจำนวนมากเฝ้าติดตามทำข่าว

ทั้งนี้ในวันนี้ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำลูกพรรคเข้ารายงานตัว สส. ด้วย

แต่ปรากฏว่าในช่วงเข้า เกิดเหตุการณ์ระทึก เมื่อพบว่า มีบุคคลซึ่งอ้างตัวว่าเป็นสื่อมวลชน หรือ นักข่าวผี แฝงตัวเข้ามาทำข่าวด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจรัฐสภาต้องเข้าไปควบคุมตัว และนำตัวออกนอกพื้นที่ ทันที เนื่องจากบุคคลนี้ เคยก่อเหตุลักทรัพย์มีแล้วหลายคน โดยถูกดำเนินคดีเมื่อปี 65 เนื่องจากขโมยคอมพิวเตอร์ยี่ห้อหรู MacBook ของช่างภาพสำนักข่าวแห่งหนึ่งไป
นอกจากนี้บุคคลดังกล่าวยังมีพฤติกรรม ชอบถ่ายภาพนิ่งนักการเมือง โดยเฉพาะนักการเมืองหน้าใหม่ และดูมีฐานะ เพื่อนำภาพดังกล่าวไปตามเรียกรับเงินจากนักการเมือง ซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่อาคารรัฐสภาเก่า ถนนอู่ทองใน รวมถึงยังเดินทางไปงานการเมืองสำคัญต่างๆอีกทั้งสถานที่ราชการอื่นๆเช่น สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง กกต. ด้วย
ทั้งนี้หลังจากเจ้าหน้าที่ ตำรวจรัฐสภาตรวจค้นตัวบุคคลดังกล่าวไม่พบบัตรที่แสดงตัวตนว่าเป็นสื่อมวลชนจากสำนักใด มีเพียงบัตร กรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่ปี 53 ที่หมดอายุ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 54 แล้ว

“บิ๊กเป้”แม่ทัพ สตม.สั่งการเข้ม!ระดม ตม.ครึ่งร้อย ปิดซอยย่านสุขุมวิท-อโศก ต้อนจนมุมบุคคลต่างด้าวนับสิบ ลอบเร่ขายอาหาร – เปิดแผงขายของ ผิดกฎหมาย

สืบเนื่องข้อร้องเรียนและเบาะแสจากประชาชนรวมถึงโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับชาวต่างชาติลักลอบเร่ขายสินค้า รวมถึงเปิดแผงค้าขายอาหาร เครื่องดื่ม แย่งอาชีพคนไทย โดยเฉพาะย่านธุรกิจสำคัญ กลางกรุงเทพมหานคร

พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.1 ซึ่งรับผิดชอบ พื้นที่กรุงเทพมหานคร และ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม. รับผิดชอบหน้างานสืบสวน ประชุมสั่งการระดมข้าราชการตำรวจหลายสิบนาย ในสังกัด กก.สืบสวน บก.ตม.1 กก.1,2,4 และ กก.ปอพ. บก.สส.สตม. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างบุคคลต่างด้าวที่กระทำความผิดตาม กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวครั้งใหญ่ โดยมีพื้นที่เป้าหมายเป็นฟุตบาทบริเวณ ถ.สุขุมวิท ตั้งแต่ย่านนานา จนถึงอโศก

พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา รอง ผบก.ตม.1 , พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม.,
พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.1 บก.สส.สตม.,
พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม.,
พ.ต.อ.รัฐพงศ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม.,
พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม.
และ พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1
ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนทั้งหมดเป็นการเร่งด่วน

หลังจากนั้นเวลาประมาณ16.00 น. ได้เริ่มออกปฏิบัติการต่อเนื่องจนถึง 20.00 น. โดยปิดหัวซอยท้ายซอย รวมถึงริมถนนสุขุมวิท จนแล้วเสร็จในช่วงดึก

สรุปผลการปฏิบัติสามารถจับกุม
บุคคลต่างด้าวสัญชาติ

  • สัญชาติเมียนมาร์ 9 คน
  • สัญชาติกัมพูชา 2 คน
  • สัญชาติลาว 1 คน
    -บุคคลต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม อีก 1 คน
  • บุคคลซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียน 1 คน

นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงถึงนายจ้างคนไทย และจับกุมในข้อหารับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกจำนวน 2 คน

รวมจับกุมคนต่างด้าวและคนไทย รวมผู้ต้องหา 16 คน

ทั้งนี้ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ถูกจับกุมขณะเร่ขายอาหาร และเสื้อผ้าโดยใช้รถเข็นเคลื่อนที่ และแผงลอยแบบชั่วคราว บางส่วนเมื่อสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่พยายามจะหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมพื้นที่ไว้อย่างรัดกุมจึงสามารถจับกุมได้

ทั้งนี้ผู้ถูกจับบางรายไม่สามารถแสดงเอกสารหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ บางรายมีหนังสือเดินทางแต่การอนุญาตสิ้นสุด หรือได้รับการผ่อนผันการตรวจลงตราให้เดินทางเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามการเร่ขายสินค้านั้นเป็นงานต้องห้าม คนต่างด้าวไม่สามารถทำได้ อันเป็นความผิดตาม มาตรา 8 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 สำหรับตัวบุคคลต่างด้าวมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท ส่วนนายจ้างจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 100,000 บาท และมีโทษจำคุกอีกด้วย ปฏิบัติการครั้งนี้ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ซึ่งได้มอบหมายให้ สตม. เป็นหน่วยงานหลัก ในการดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ที่ได้สั่งการให้เร่งรัดตรวจสอบคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย หลีกเลี่ยงไม่เสียภาษีเงินได้ อันเป็นการเอาเปรียบผู้ประกอบการที่ทำมาหากินโดยสุจริต รวมทั้งลักลอบจ้างคนต่างด้าวทำงานโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ.

พ.ต.อ.ภูวดล ผกก. สน.บางซื่อ พร้อม พ.ต.ท.วรภัทร รอง ผกก.สน.บางซื่อ ร่วมประชุมการสรรหาคณะ (กต.ตร.)


วันนี้ 22 มิ.ย. 2566
เมื่อเวลา 17.00 น.
.
-พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ
ผกก.สน.บางซื่อ
-พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย
รอง ผกก.สน.บางซื่อ
-พ.ต.ท.หญิง ชุติมา ศิริเมธาวี/หัวหน้างานสอบสวน
-พ.ต.ท.พูลพัฒน์ ธรรมรัชต์เจริญ/รอง ผกก สสฯ
-พ.ต.ท.ธีรยุทธ มีเจริญ
รอง ผกก.จร.สน.บางซื่อ
-พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ พริ้งสกุล
รอง ผกก.(สอบสวน)ฯ
พร้อมด้วย คุณ ธนากร วิเศษสินธพ อดีตประธาน กต.ตร.,อดีต คณะกรรมการและที่ปรึกษา
กต.ตร.สน.บางซื่อ
.
ร่วมประชุมการสรรหาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ชุดใหม่แทนชุดเดิมที่หมดวาระลงในวันที่ 30 พ.ค 2566 ที่ผ่านมา
.
ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตรวจสอบติดตามการบริหารงานตำรวจในทุกระดับชั้นตลอดจนข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงกิจการงานตำรวจให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นต่อไป
.
ณ ห้องประชุม ศปก.สน.บางซื่อ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ แถลงผลความคืบหน้าการขยายผลคดีเว็บพนันออนไลน์ดำเนินคดีนายตำรวจใหญ่เป็นนายทุนเบื้องหลัง

จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ก.พ.66 กรณีนายเชิดเกียรติ ศักดิ์ศรี อายุ 24 ปี ผู้เสียหายได้มาร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กรณีถูกกลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 7 คน อุ้มจากที่พักย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ ไปทำร้ายร่างกายและทวงเงิน และได้เอาทรัพย์สินของผู้เสียหายเป็นเงินสด โทรศัพท์มือถือและแทปเล็ต รวมมูลค่าประมาณ 100,000 บาท โดยมูลหนี้มีความเกี่ยวข้องกับการลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ม.ค.66 ในพื้นที่ สน.โชคชัย ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ครบทั้ง 7 คน รวมทั้งยังดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ความช่วยเหลือในการค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของผู้เสียหายส่งให้กลุ่มผู้ก่อเหตุอีก 1 ราย ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอไปแล้วนั้น กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนเร่งดำเนินการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันดังกล่าวด้วย เนื่องจากผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า เว็บพนันดังกล่าวมีนายตำรวจเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังด้วย โดยให้ดำเนินการสืบสวนความเชื่อมโยงและไล่เส้นเงินจากผู้เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีโดยเด็ดขาดทั้งหมด เบื้องต้นในส่วนของคดีปล้นทรัพย์นั้น ได้สรุปสำนวนฟ้องเสนอพนักงานอัยการแล้ว คดีอยู่ในชั้นศาล และในส่วนของสำนวนคดี ป.ป.ช.ซึ่งดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์นั้น ป.ป.ช.ได้พิจารณาชี้มูลความผิดและส่งให้ ภ.จว.สระแก้ว ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินจากกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวพบว่า เว็บไซต์การพนันที่เกี่ยวข้องมี 3 เว็บไซต์ ได้แก่ sexy789 red789 และ blue789 โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจนในการเป็นแอดมิน และการจัดหาบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมจำนวน 9 ราย โดยได้จับกุมและแจ้งข้อกล่าวครบแล้วทั้งหมด ประกอบด้วย 1. พล.ต.ต.เอกภพ อายุ 52 ปี (เจ้าของเว็บ)

  1. พ.ต.อ.ปวริศ อายุ 41 ปี (จัดหาบัญชีม้า)
  2. น.ส.พัชวัญญ์ อายุ 39 ปี (ซุปเปอร์แอดมิน)
  3. นายมนตรี อายุ 39 ปี (ซุปเปอร์แอดมิน)
  4. น.ส.อมรรัตน์ อายุ 26 ปี (จัดหาบัญชีม้า)
  5. นายสนธิ์ อายุ 57 ปี (บัญชีม้า)
  6. นางวันเพ็ญ อายุ 59 ปี (บัญชีม้า)
  7. นายคมเดช อายุ 32 ปี (บัญชีม้า)
  8. น.ส.กนกวรรณ อายุ 37 ปี (บัญชีม้า)
    โดยจะดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันโดยการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่ของทรัพย์สินนั้นหรือกระทำด้วยประการใดๆเพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ว่าในขณะได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และร่วมกันฟอกเงิน นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องให้ทาง ป.ป.ง. ทราบและพิจารณาดำเนินการในการตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อยึดอายัดในขั้นต่อไปแล้ว
    พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 6 คนที่ได้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในการอุ้มผู้เสียหายเพื่อนำไปทวงเงินได้แล้วนั้น เจ้าหน้าที่สืบสวนได้มีการขยายผลดำเนินคดีกับเว็บไซต์การพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวด้วย โดยได้ข้อมูลจากผู้เสียหายว่า มีนายตำรวจอยู่เบื้องหลังการดำเนินการดังกล่าว จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่สืบสวนและพนักงานสอบสวน ให้มีการรวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียด และให้นำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีทุกราย แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศใดก็ตาม ทั้งนี้ขอยืนยันว่า จะมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาครบทุกคน ไม่มียกเว้นแน่นอน

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. อำนวยความสะดวกการจราจร ภารกิจนายกรัฐมนตรี

วันนี้(จันทร์ที่ 19 มิ.ย.66) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รอง ผบก.น.2, พ.ต.อ.สุรพงศ์ ธรรมพิทักษ์ รอง ผบก.น.2, พ.ต.อ.ชิศณุพงศ์ สุริยานนท์ ผกก.สน.พหลโยธิน, เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และหน่วยร่วมฯ ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการจราจร ภารกิจนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดเส้นทางเดินรถไฟฟ้าสายสีเหลือง พร้อมร่วมทดสอบการเดินรถเสมือนจริงด้วยรถไฟฟ้า จากสถานีศรีเอี่ยม(NY17) มายังสถานีปลายทาง สถานีลาดพร้าว(NY01) โดยนายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาถึงสถานีลาดพร้าว(NY01) เวลา 11.00 น. จากนั้นให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ชั้น 3 ของอาคารสถานี และเดินเท้าไปขึ้นรถในขบวน ว.42 เพื่อเดินทางไปยังที่หมายต่อไป ณ สถานีรถไฟฟ้าลาดพร้าว/ทีมประชาสัมพันธ์

พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ร่วมแถลงการจับกุมผู้ต้องหา 3 คดีสำคัญ

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.4,พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์  ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้ 

1. บก.ตม.3 รวบ โอปป้า Overstay หนีหมายจับทำเว็บพนัน มากบดานอยู่ในประเทศไทย
บก.ตม.3 จับกุมนายคิม (นามสมมติ) สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 35 ปี ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) จำนวน 1,582 วัน
พฤติการณ์กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกสืบสวนปราบปราม ตรวจสอบคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ในพื้นที่ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี พบผู้ต้องหามีท่าทางพิรุธ จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ และได้ตรวจสอบข้อมูลในระบบสารสนเทศ ตม. จากการตรวจสอบทราบชื่อ นายคิม  อายุ 35 ปี สัญชาติเกาหลีใต้
เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2561 ได้รับการตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.90 ครบกำหนดอนุญาต 31 ม.ค.2562 ซึ่งอยู่เกินกำหนดอนุญาตแล้ว จำนวน 1,582 วัน จากการตรวจสอบข้อมูล ยังพบว่า นายคิม เป็นผู้ต้องหาตามหมายแดง (Red Notice) ขององค์กรตำรวจสากล (Interpol) ที่สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ต้องการตัว ในข้อหาร่วมกับผู้สมรู้ร่วมคิด จัดให้มี    การเล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งมีเงินหมุนเวียน 5,919,442,923 วอน (163 ล้านบาท) ซึ่งสำหรับทางสาธารณรัฐ
เกาหลีนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายด้านการส่งเสริมกีฬา ที่วางโทษไว้เป็นโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 70 ล้านวอน จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาและแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

2. สตม. ตามรวบหนุ่มแดนโสมขาว Overstay และมีหมายจับตำรวจสากลฉ้อโกงประชาชน
บก.ตม.4 ร่วมกับ บก.สส.สตม. จับกุมนายมุน (นามสมมติ) สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 48 ปี ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)
พฤติการณ์กล่าวคือ บก.ตม.4 ได้ดำเนินการตามนโยบายของ สตม. ในการระดมจับกุมชาวต่างชาติที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่า นายมุน อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นผู้ต้องหาตามหมายแดง (Red Notice) ขององค์กรตำรวจสากล (Interpol) ที่สาธารณรัฐเกาหลี ต้องการตัวในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน จึงได้ทำการตรวจสอบในระบบสารสนเทศ ตม. ทราบว่า นายมุน ได้ยื่นขออยู่ต่อในราชอาณาจักร ประเภทภรรยาไทย ที่ ตม.จว.บุรีรัมย์
โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักร ถึงวันที่ 18 พ.ค.66 ซึ่งอยู่เกินกำหนดอนุญาตแล้ว จากการสืบสวน
ทราบว่า ปัจจุบัน นายมุน ย้ายมาพักอาศัยที่ย่าน ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ กรุงเทพฯ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว จนพบตัวนายมุน และแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) และ นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โดยนายมุน มีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายในประเทศเกาหลีใต้ ว่าตนเองจะได้รับมรดกแต่ต้องจ่ายเงินให้ศาลก่อน แล้วให้ผู้เสียหายโอนเงินมาให้ยืมสำหรับใช้ต่อสู้คดีจำนวน 66 ล้านวอน และโทรหลอกลวงผู้เสียหายขอยืมบัตรเครดิตไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี จำนวน 17 ล้านวอน รวมมูลค่าความเสียหาย 83 ล้านวอน (2.2 ล้านบาท)

3. บก.สส.สตม. ร่วมกับ ป.ป.ส. รวบ 2 หนุ่มเมืองโสม หนีคดียาเสพติดซุกอยู่ไทย
บก.สส.สตม. จับกุมนายนัม (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี และ นายจัง (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)
พฤติการณ์กล่าวคือ สำนักงานอัยการสูงสุด สาธารณรัฐเกาหลี ได้ประสานมายัง ป.ป.ส. และ บก.สส.สตม. ขอความร่วมมือ ให้สืบสวนติดตามตัว นายนัม (นามสมมติ) และนายจัง (นามสมมติ) ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐเกาหลี กระทำความผิดฐานลักลอบนำเข้ายาเสพติด หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย กลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีพฤติกรรมกระทำผิด คือ เมื่อประมาณต้นเดือน มีนาคม 2566 เจ้าหน้าที่ศุลกากรอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี ตรวจพัสดุ EMS พบยาไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 172.18 กรัมมูลค่า 17,218,000 วอน (ประมาณ 460,000 บาท) จึงนำส่งสำนักงานอัยการสูงสุดสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อดำเนินคดี จากนั้นขยายผลและสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้จำนวน 3 คน จากการสอบสวนพบว่า
ผู้จัดหายาเสพติดดังกล่าวอยู่ในประเทศไทยคือ นายนัม และ นายจัง และชื่อที่จ่าหน้าบนพัสดุดังกล่าวคือ นายจัง สำนักงานอัยการสูงสุด จึงขอหมายจับบุคคลทั้งสอง
บก.สส.สตม. จึงได้สืบค้นข้อมูลในระบบสารสนเทศ ตม. พบว่านายนัม เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ก.พ.66  ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา ประเภท ผ.ผ.90 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 12 พ.ค.66 ส่วนนายจังเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.65 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราช อาณาจักรถึงวันที่ 17 ก.ย.65 ปัจจุบันทั้งสองคน อยู่โดยการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว (Overstay) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้สืบสวนติดตามตัว จนกระทั้งทราบว่า ทั้งสองคนเข้าพักอาศัยในย่านถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ จึงได้ไปประสานขอเข้าตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ นายนัม และนายจัง ทั้งสองคน และได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงได้แจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่ง พงส.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.ภูวดล ผกก.สน.บางซื่อ, พ.ต.ท.วรภัทร รอง ผกก.ป.สน. บางซื่อ ร่วมอบรมปล่อยแถวข้าราชการตำรวจ ป้องกันเหตุอาชญากรรม


วันนี้(18 มิ.ย.66)เวลา 10.00น.
พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นไพธิ ผกก.สน.บางซื่อ, พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ, พ.ต.ท.พูลพัฒน์ ธรรมรัชต์เจริญ รอง ผกก.สส.สน.บางซื่อ, พ.ต.ท.ธีรยุทธ มีเจริญ รอง ผกก.จร.สน.บางซื่อ และนายสุธน สุวรรณภานนท์ ผอ.ตลาดนัดจตุจักร ร่วมอบรมปล่อยแถวข้าราชการตำรวจสน.บางซื่อ,เจ้าหน้าที่เทศกิจฯ และเจ้าหน้าที่ตลาดนัดจตุจักร ป้องกันเหตุอาชญากรรม การล้วงกระเป๋ากรีดกระเป๋านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาใช้บริการตลาดนัดจตุจักร
บริเวณ หอนาฬิกาตลาดจตุจักร รวมทั้งสิ้นจำนวน 50 นาย
พร้อมทั้งแจกใบปลิวเตือนภัยอาชญากรรมกรีดกระเป๋า/ล้วงกระเป๋าแก่นักท่องเที่ยว โดยแนะนำให้เอากระเป๋าสะพายมาคล้องไว้ด้านหน้าของตน เพื่อป้องกันมิจฉาชีพกรีดกระเป๋า/ล้วงกระเป๋าจากทางด้านหลัง เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวฯ ทุกท่าน

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ รองผบ.ตร. ร่วมงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ส.ต.อ.อนนวัช ผลเกิด

วันที่ 17 มิ.ย.

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร.เดินทางไปร่วมงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ส.ต.อ.อนนวัช ผลเกิด ผบ.หมู่(ป.)สน.ยานนาวา ที่โพธิญาณ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมีพ.ต.อ.กันตภณ โพธิ์อ๊ะ ผกก.สน.ยานนาวา , พ.ต.ท.นิพนธ์ ธรรมรักษ์ศิริ สวป.สน.ยานนาวา และ ว่าที่ พ.ต.ต.ดุลยวัต เกียรติประทุม สว.(สอบสวน) สน.ยานนาวา ตลอดจนผู้ร่วมงานให้การต้อนรับ

สืบเนื่องด้วยเมื่อวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2566 เวลาประมาณ 02.25 น. เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจประสบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์สายตรวจเฉี่ยวชนกับรถยนต์แท็กซี่ เป็นเหตุให้ ส.ต.อ.อนนวัช ผลเกิด ผบ.หมู่(ป.)สน.ยานนาวา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สายตรวจได้รัยบาดเจ็บ ในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ เหตุเกิดบริเวณจุดกลับรถก่อนถึงแยก ถนนกรุงธนบุรี ตัดกับ ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน เป็นเหตุให้หมดสติและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมาโดยแพทย์ได้ลงความเห็นว่าได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง หลังจากนั้นญาติได้นำศพไปบำเพ็ญกุศล ที่ วัดโพธิญาณ อ.เมือง จ.พิษณุโลก อย่างไรก็ตามทางพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้สั่งการให้ทางผู้บังคับบัญชาของส.ต.อ.อนนวัช ผลเกิด ผบ.หมู่(ป.)สน.ยานนาวา เสนอเรื่องเพื่อให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาในเรื่องสิทธิ์การช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตในขณะปฎิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนต่อไป

Design a site like this with WordPress.com
Get started